การศึกษาเรื่อง: ผลของการออกกำลังกายต่อความหนาแน่นของมวลกระดูก การหกล้ม ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในผู้หญิงสูงอายุ
The Randomized Controlled Senior Fitness and Prevention (SEFIP) Study
Wolfgang Kemmler, PhD; Simon von Stengel, PhD; Klaus Engelke, PhD; Lothar Häberle, PhD; Willi A. Kalender, PhD, MD
Arch Intern Med. 2010; 170 (2):179-185.
การออกกำลังกายมีผลช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคต่างๆ ดังนั้นจึงเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญมากทั้งในด้านของการป้องกัน รักษา รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคในผู้สูงอายุ วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้เพื่อต้องการศึกษาผลของโปรแกรมการออกกำลังกายต่อปัจจัยเสี่ยงของการหักของกระดูก ได้แก่ ความหนาแน่นของมวลกระดูก [BMD] และการหกล้มปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ และค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของผู้หญิงสูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนทั่วไป
วิธีการศึกษา เป็นการศึกษาแบบสุ่ม มีกลุ่มควบคุมและผู้ประเมินไม่ทราบว่าผู้ถูกประเมินอยู่ในกลุ่มใด (Randomized single blinded controlled trial) ตั้งแต่ วันที่ 1 พ.ค. 2548 ถึง 31 ก.ค.2551 โดยกลุ่มประชากรได้แก่ผู้หญิงอายุ65 ปีขึ้นไปที่ช่วยเหลือตนเองได้ และอาศัยอยู่บริเวณเออร์แลงเอน-นูเร็มเบิก ประเทศเยอรมันนี (Erlangen-Nuremberg, Germany) จำนวนทั้งสิ้น 246 คน โดยได้สุ่มเลือกออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ได้แก่ กลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะ นาน 18 เดือน(Exercise group) และกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มควบคุมได้รับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพทั่วไป โดยในกลุ่มที่ 1 มีจำนวน 123 คน ได้รับโปรแกรมการออกกำลังกายที่หลากหลายแต่เน้นที่ความหนักของการออกกำลังกาย ในขณะที่กลุ่มควบคุม จำนวน 123 คนจะเน้นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่มีความหนักของการออกกำลังกาย และความถี่ต่ำ โดยผลลัพท์หลักของการศึกษานี้ ได้แก่การวัดผลความหนาแน่นของมวลกระดูก จำนวนครั้งของการล้ม ความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจโดยใช้แบบประเมิน The Framingham-based 10-year และค่าใช้จ่ายเพื่อสุขภาพทางตรง
ผลการศึกษา จากการศึกษามีกลุ่มประชากรที่ร่วมการศึกษาจนครบ 18 เดือนทั้งสิ้น 227 คน
พบว่าการออกกำลังกายช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกที่กระดูกสันหลังส่วนเอว โดยมีค่าความเชื่อมั่น 95% CI ของจำนวนเปอร์เซ็นต์มวลกระดูกที่เปลี่ยนแปลงไปจาก baseline to follow-up สำหรับกลุ่ม exercise group: 1.77% [1.26% to 2.28%] มากกว่ากลุ่มควบคุม (Control group) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (0.33% [–0.24% to 0.91%]; P < .001) และที่ตำแหน่งกระดูกข้อสะโพก exercise group[1.01% [0.37% to 1.65%] มากกว่ากลุ่มควบคุม (Control group) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ[ –1.05% [–1.70% to –0.40%]; P < .001)
อัตราการหกล้มต่อคนภายใน 18 เดือนที่ทำการศึกษาพบว่าในกลุ่ม exercise group มีอัตราการล้มต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (exercise group: 1.00 [0.76 to 1.24] เทียบกับกลุ่มcontrols [1.66 [1.33 to 1.99]; P = .002). ในขณะที่ความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ ที่ใช้ Framingham-based 10-year มีผลเปลี่ยนแปลงชัดเจนในทั้ง 2 กลุ่ม แต่หากเทียบระหว่างกลุ่มจะไม่พบความแตกต่างทางสถิติ (โดยเปลี่ยนแปลงอย่างมากใน exercise group: –1.96% [95% CI,
–2.69% to –1.23%] เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม: –1.15% [–1.69% to –0.62%]; P = .22)
สำหรับค่าค่าใช้จ่ายเพื่อสุขภาพทางตรงของผู้เข้าร่วมวิจัยในช่วง 18 เดือนพบว่าไม่มีความแตกต่างระหว่าง 2 กลุ่ม(exercise group: 2255 [95% CI, 1791-2718]เทียบกับกลุ่มควบคุม: 2780 [2187-3372]; P = .20)
สรุป เมื่อเปรียบเทียบการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพทั่วไปกับโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะนาน 18 เดือนจะพบว่า การออกกำลังกายเฉพาะสามารถเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก และความเสี่ยงของการหกล้มได้ แต่ไม่สามารถสรุปเกี่ยวกับผลต่อการลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้หญิงสูงอายุได้ อย่างไรก็ตามประโยชน์ของการให้โปรแกรมเฉพาะนี้ ไม่เพิ่มค่าใช้จ่ายทางตรงให้กับผู้สูงอายุ
รวบรวมโดย พญ วิภาวี ลักษณากร
สร้างเมื่อ: 2010-02-12 22:28:34 แก้ไขเมื่อ: 2010-02-12 22:28:34